Month: March 2016

อยากลบรอยสัก มีวิธีไหนทำได้บ้าง

tattookk

การสักรอยสักสมัยนี้ไม่ได้มีแต่การสักอย่างเดียวที่พัฒนาไปเยอะมาก เทคโนโลยีและวิธีการลบรอยสักก็พัฒนาขึ้นไปมากด้วยเช่นกัน เหมือนก่อนหากจะลบรอยสักทั้งทีดูจะเป็นไปได้ยากและราคาแพง แต่เดี๋ยวนี้บางวิธีทำได้ดีขึ้นแถมราคายังถูกลงด้วย(แต่ก็ยังสูงอยู่) มาดูกันว่าหากอยากลบรอยสักมีวิธีไหนทำได้บ้าง ยิงเลเซอร์ วิธีแรกของการลบรอยสักที่ได้ผลดีที่สุด นั่นคือการเข้ารับการยิงเลเซอร์ วิธีนี้แพทย์จะทำการยิงเลเซอร์ลงไปในผิวเพื่อทำให้น้ำหมึกที่สักนั้นแตกกระจายตัวและบางลง จนสุดท้ายรอยสักจางลงไปในที่สุด แม้ว่าวิธีนี้จะเจ็บตัวน้อย มีผลข้างเคียงน้อย ใช้เวลาไม่นาน แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก จะลบแต่ละทีต้องเตรียมตัวพอสมควรทีเดียว ใช้ครีมลบรอยสัก หากวิธีแรกไม่อยากทำเพราะแพง เดี๋ยวนี้เราสามารถเลือกใช้ครีมทาผิวที่มีคุณสมบัติในการลบรอยสักได้แล้วเหมือนกัน แต่วิธีนี้ต้องบอกว่าข้อดีคือไม่เจ็บตัว ไม่ต้องพึ่งหมอ แต่ข้อเสียอาจจะเป็นเรื่องของเวลาที่อาจจะต้องนานถึงนานมากเลย ครีมจะทำปฏิกริยากับหมึกในผิวของเราแล้วก็ค่อยจางๆไปเองในที่สุด (อย่างน้อยก็ต้อง 1 เดือนขึ้นไปถึงจะเห็นความจางของหมึก) การผ่าตัดด้วยมีดหมอ การพึ่งพาหมออีกวิธีหนึ่ง นั่นคือการผ่าตัด วิธีนี้บอกก่อนเลยว่าเหมาะสำหรับรอยสักที่ไม่ใหญ่มากเท่านั้น เพราะมันคือการกรีดเพื่อขูดเอาผิวหนังที่สัก หรือ เฉือนเนื้อตัวเองออกไปนั่นแหละพูดง่ายๆ วิธีนี้บอกเลยว่าเจ็บมากทีเดียว แถมยังใช้ได้เฉพาะจุดด้วย หากไปสักบางบริเวณก็ไม่สามารถผ่าตัดออกได้เหมือนกัน ใช้การขัดผิวหนังเพื่อลบ อีกวิธีการหนึ่งที่คล้ายกัน นั่นคือ การขัดผิวหนัง วิธีนี้คล้ายกับเราขูดผิวหนังตัวเองนั่นแหละ สามารถใช้กับรอยสักขนาดเล็ก กับ ขนาดกลาง แต่แบบใหญ่ๆเต็มหลังนี้ไม่น่าจะได้นะ วิธีนี้ข้อเสียคือมันจะทำให้เราแสบ บวม แดง ผิวหนังบริเวณนั้นไปสักระยะหนึ่งเลย ต้องกินยาและทายาเพื่อทำให้ทุกอย่างไม่ปวด ทำเองด้วยสารพัดวิธีการ วิธีสุดท้าย ที่ส่วนตัวอ่านแล้วก็งงๆ เป็นการลบรอยสักของตัวเองด้วยสารพัดวิธีการ สารพัดสูตร ไม่ว่าจะเป็นการลบรอยสักด้วยปูนแดง […]

ประวัติและความเชื่อของการสักในมุมต่างๆ

tattoo-suk

การสัก ปัจจุบันถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้มีหนุ่มสาวสมัยใหม่หลายคนอยากแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาโดยการสักลวดลายต่างๆตามร่างกาย บางครั้งก็อาจจะโชว์ให้เห็นไปเลย หรือ บางครั้งอาจจะเป็นส่วนที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนัก เชื่อหรือไม่ว่าการสักนั้นมีประวัติมายาวนานแล้ว อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ประเพณีต่างๆด้วย วันนี้เราจะพาไปย้อนดูต้นกำเนิดของการสักแต่ละประเทศ แต่ละชนเผ่ากันว่ามีความหมายอย่างไร การสักของไทย เริ่มกันที่ไทยเราก่อนเลย หากจะมองการสักในเรื่องของความเชื่อ ของขลัง ไสยเวทย์แบบต่างๆ ก็มีประวัติเริ่มมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยโน่นเลย ตอนนั้นสักอักขระเป็นภาษาขอม หรือ ภาษาบาลี หรือที่เราเรียกว่าการลงยันต์นั่นแหละ ส่วนอีกความหมายถึงเป็นการสักด้านการปกครอง สมัยอยุธยาตอนต้นมีการสักที่ข้อมือเพื่อทำประวัติประชากรชาย หรือสักที่ท้องแขนเพื่อตีตราว่าเคยติดคุกมาก่อน ก็มีเหมือนกัน การสักของชาวอียิปต์ ไปที่ดินแดนแห่งความลี้ลับอย่าง อียิปต์ ที่นั่นก็มีการสักเหมือนกัน จากประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าที่นั่นมีการสักตั้งแต่ 4,000 ปีมาแล้ว เราจะพบว่าที่ มัมมี่ จะมีการสร้างรอยสักไว้อย่างงดงาม ที่ต้องทำแบบนี้เชื่อกันว่า รอยสักจะเป็นการส่งสัญญาณหรือรหัสบางอย่างให้วิญญาณรู้ว่า ร่างกายตัวเองอยู่ที่ไหนจะได้เดินทางมาเข้าร่างได้ถูกต้องนั่นเอง การสักของชนเผ่าเมารี บินกลับไปที่ประเทศนิวซีแลนด์ ที่นั่นมีชนเผ่า เมารี เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอายุมาอย่างยาวนั้น พวกเค้ามีประเพณี วัฒนธรรมเกี่ยวกับความเชื่อด้วย นั่นคือหากเยาวชนคนไหนที่คิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว จะต้องผ่านพิธีการสักเสียก่อน จึงจะสามารถมีครอบครัวได้ อันนี้ก็เป็นกุศโลบายรูปแบบหนึ่งเพราะการสักต้องผ่านการเจ็บปวดมาก่อน หากผ่านได้แสดงว่าสภาพจิตใจพร้อมแล้ว การสักของชาวญี่ปุ่น ดินแดนพระอาทิตย์อุทัยก็มีความเชื่อเรื่องสักคล้ายกับชาวเมารี ที่นั้นเชื่อว่าประวัติด้านการสักมีอายุประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว […]